กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
บทความนี้คงจะมีประโยชน์สำหรับคนจำนวนน้อยเพราะผู้ที่สนใจเครื่องบินในร่มที่มีน้ำหนักเบามากๆซึ่งต้องใช้ฟิล์มขนาดที่บางสุดๆเช่น Mylar Film ในประเทศไทยนี้น่าจะมีจำนวนน้อยมาก

ฟิล์มที่ว่าบางมากนี้จะบางซักแค่ไหน ลองคิดดูเล่นๆก็ได้คือ Mylar Film จะหนาประมาณ 1.4 ไมครอน ซึ่งความหนา 1 มิลลิเมตรจะเท่ากับ 1000 ไมครอน ดังนั้นจะต้องเอาแผ่น Mylar Film มาซ้อนกันราวๆ 700 ชั้นจึงจะหนาเท่ากับ 1 มิลลิเมตร ในขณะที่แผ่นกระดาษทั่วๆไปนั้น 1 มิลลิเมตรจะใช้กระดาษประมาณ 8-10 แผ่นเท่านั้น
นอกจากความบางแล้ว สิ่งที่ทำให้การบุด้วย Mylar Film ยากลำบากก็คือไฟฟ้าสถิตย์ซึ่งจะทำให้แผ่นของมันจับตัวเป็นก้อนอยู่ตลอด ไม่สามารถจะวางเป็นแผ่นแล้วตัดเอาได้ง่ายๆเหมือนพวกกระดาษ Esaki การจะบุนั้นก็ต้องทำโครงของเครื่องบินให้เรียบร้อยก่อนโดยจะทำเป็นลักษณะแบนราบยังไม่ต้องใส่มุมยกไม่งั้นจะบุได้ยากมากๆ เอาโครงปีกและหางที่ทำเสร็จแล้ววางไว้ที่พื้น จากนั้นพ่นสเปรย์กาวเช่นกาว 3M 75 ไปบางๆ แล้วก็ต้องใช้คนสองคนจับมุมของฟิล์มมาวางทาบลงไป ซึ่งการวางนี้ก็ต้องระวังอย่าเอาฟิล์มมาใกล้โครงปีกหรือหางมากนัก มิฉะนั้นไฟฟ้าสถิตย์มันจะดูดเข้ามาติดกันโดยที่ยังไม่ได้ตำแหน่งที่ถูกต้อง อีกวิธีหนึ่งก็คือเอาฟิล์มมาติดเข้ากับโครงไม้ที่ทำให้มีขนาดใหญ่กว่าขนาดของชิ้นส่วนที่เราจะบุโดยให้ฟิล์มนั้นหย่อนลงเล็กน้อย เมื่อพ่นกาวสเปรย์บนชิ้นส่วนแล้วก็เอามาวางลงไปบนฟิล์มที่ขึงไว้ วิธีนี้ก็ไม่ต้องใช้ผู้ช่วยในการจับฟิล์มเหมือนวิธีแรก กาวที่ใช้นี้จะใช้เวลานานมากกว่าจะแห้งดังนั้นตอนที่บุก็ไม่ต้องรีบร้อนและกาวที่ใช้นั้นก็จะน้อยหรือบางมากๆเนื่องจากไม่ต้องใช้ความแข็งแรงในการยึดกับโครงสร้าง นอกจากการใช้กาวสเปรย์แล้วทราบว่าอาจจะใช้เชลแล็คที่ใช้สำหรับทาเฟอร์นิเจอร์ได้อีกอย่างด้วยแต่ส่วนตัวไม่เคยลอง
เมื่อบุได้เรียบร้อยคราวนี้ก็มาทำมุมยกโดยการตัดโครงปีกตรงที่เป็นมุมยกแล้วดัดขึ้นให้ได้ความสูงที่ต้องการจากนั้นจึงแต้มกาวตรงจุดที่เราตัดอีกทีนึง การตัด Mylar Film ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องระวังถ้าจะใช้ใบมีดก็ควรเป็นใบมีดโกนที่ใหม่มิฉะนั้นถ้ามันขาดไปละก็เรื่องใหญ่อีกเหมือนกัน อีกวิธีก็คือการใช้หัวแร้งบัดกรีไฟฟ้าขนาดเล็กในการตัดซึ่งจะทำให้ฟิล์มละลายขาดจากกันดังนั้นก็ต้องระวังไม่ตัดให้ใกล้โครงปีกมากเกินไม่งั้นโครงก็อาจจะเสียหายได้
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

MYLAR FILM
ในการสร้างเครื่องบินประเภทอินดอร์เพื่อเข้าแข่งขันนั้น นอกจากไม้ที่เป็นส่วนประกอบโครงสร้างหลักแล้ว วัสดุที่จะนำมาบุก็เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างที่ต้องคำนึงถึงโดยเฉพาะเครื่องบินประเภทที่มีการกำหนดน้ำหนักและวัสดุที่ใช้บุไว้  แต่เดิมก็ใช้กระดาษชนิดเบาๆที่พอหาได้มาใช้กันและตัวเลือกที่ใช้กันมาแต่แรกเริ่มนั้นก็คือกระดาษที่เรียกว่า Esaki tissue หรืออีกชื่อว่า Japanese tissue/paper และต่อมาก็ใช้วัสดุที่เรียกว่า Micro film มาใช้ ซึ่ง Micro film นี้จะเบาและบางมากแต่ไม่มีจำหน่าย ต้องทำเองโดยมีส่วนผสมที่เป็นน้ำยาเทลงไปบนผิวน้ำให้มันแผ่ออกไปเป็นแผ่นบางๆ จากนั้นก็ค่อยๆเอาโครงไม้หรือโลหะช้อนแผ่นฟิล์มนั้นขึ้นมาผึ่งให้แห้งแล้วจึงนำไปบุบนโครงเครื่องบิน วิธีการทำและการนำไปใช้คงต้องเขียนให้อ่านอีกทีแยกออกจากเรื่องของวัสดที่ใช้บุนี้
ส่วน Mylar film ที่จะเขียนถึงนี้เป็นผลิตภัณฑ์ประเภทพลาสติกที่ผลิตขึ้นโดยบริษัท Dupont เป็นฟิล์มใสที่ทนทานต่อแรงกระแทก ทนต่อการเปลี่ยนแปลงด้านอุณหภูมิ ทนต่อสารละลายแทบทุกชนิด โดยมีวัตถุประสงค์เอาไปใช้สำหรับได้หลากหลาย
Mylar film ที่เอามาใช้ในการบุเครื่องบินนี้จะมีความหนาประมาณ 1-2 micron ซึ่ง 1 micron จะเท่ากับ 0.001mm หรือ 0.0000394" และ 2 micron เท่ากับ 0.002mm หรือ 0.0000787"
ในเรื่องของน้ำหนักนั้น ไมลาร์ฟิล์มที่หนา 1 ไมครอนจะหนัก 1.3 กรัมต่อตารางเมตร และชนิดหนา 2 ไมครอนจะหนัก 2.4 กรัมต่อตารางเมตร เมื่อเปรียบเทียบพื้นที่ของเครื่องบินแบบ Mini stick ที่กางปีก 7 นิ้ว พื้นที่ก็จะนิดเดียว น้ำหนักของไมลาร์ฟิล์มที่ใช้ก็จะอยู่ประมาณ 0.15 กรัมต่อเครื่อง ลองเปรียบเทียบน้ำหนักของกระดาษ Esaki paper ดูบ้าง กระดาษชนิดนี้หนักราวๆ 12.5 กรัมต่อตารางเมตร ซึ่งถ้าเอามาบุเครื่องบินชนิดเดียวกัน น้ำหนักของกระดาษก็จะหนักเท่าๆกับน้ำหนักโครงสร้างทั้งหมดของเครื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่รับไม่ได้แน่นอน
ข้อดีของไมลาร์ฟิล์มนอกจากความเบาแล้วก็คือการไม่ดูดความชื้นจึงไม่ทำให้น้ำหนักเปลี่ยนแปลง ไม่มีการดึงโครงสร้างให้บิดเบี้ยวไปจากอุณหภูมิด้วย แต่ข้อเสียนอกจากราคาที่แพงแล้วยังมีอีกในเรื่องของการนำมาบุโครงสร้างเครื่องบินที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูงมาก การตัดก็จะขาดง่ายถ้าจะใช้มีดก็ต้องเป็นใบมีดโกนที่บางและใช้ใบใหม่ด้วยทุกครั้งไป
อุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่ใช้สำหรับตัดไมลาร์ฟิล์มคืออุปกรณ์ที่เรียกว่า Cautery ซึ่งไม่ทราบว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไร ทางการแพทย์จะใช้ในการจี้ที่ผิวหนังเพื่อหยุดเลือด
SAM_2361.JPG
2015-3-8 07:05
SAM_2363.JPG
2015-3-8 07:05


เครื่องที่มีอยู่นั้นใช้แบตเตอรี่ขนาด AA 2 ก้อน เวลาใช้งานก็กดปุ่มที่ด้านบน ตรงปลายก็จะเกิดความร้อนใช้ตัดฟิล์มได้สะดวกแต่ก็ต้องทดลองดูก่อนว่าควรอยู่ห่างจากโครงไม้แค่ไหน มิฉะนั้นนอกจากตัดฟิล์มแล้วโครงสร้างก็จะใหม้ไปด้วย
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

สวัสดีครับ
ไม่ทราบว่าพอจะเล่าวิธีการในการทำ Micro film ให้ฟังหน่อยได้มั๊ยครับว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ต้องใช้น้ำยาอะไร หาซื้อได้ที่ไหน เทลงไปบนผิวน้ำให้มันแผ่ออกไปเป็นแผ่นบางๆ จนถึงเมื่อไหร่จึงจะช้อนออกมาผึ่งให้แห้ง แล้วจะทราบได้อย่างไรว่าแผ่น Micro film ที่ได้มีความหนาตามที่ต้องการแล้ว และผึ่งให้แห้งนานแค่ไหนครับ

พอดีผมสนใจเรื่องการหาวัสดุที่น้ำหนักเบา ใส และกันน้ำมาใช้ทำเครื่องบินในร่มน่ะครับ
รบกวนด้วยนะครับ ขอบคุณมากๆครับ
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

วัสดุที่ตรงกับความต้องการคือฟิล์มไมลาร์ครับ เพราะ ไมโครฟิล์มนั้นแค่เอานิ้วไปโดนก็ทะลุแล้วครับจากเหงื่อหรือความชื้นจากนิ้ว มันไม่ได้กันน้ำตามที่อยากได้
น้ำยาที่ใช้นั้นอาจจะพอมีขายอยู่ในประเทศยุโรปตะวันออก ไม่แน่ใจว่าประเทศไหนแต่ถึงหามาได้ก็ไม่คุ้มกับความยุ่งยากในการทำครับ
หาไมลาร์ฟิล์มที่มันบางสุดๆมาใช้ดีกว่าครับ นอกเหนือจากไมลาร์ที่ผมเคยสั่งมา (หนา 1.4 ไมครอน) เท่าที่รู้ก็จะมีอีกสองชนิดที่บางกว่าคือ Super Ultrafilm (หนา 0.9 ไมครอน) กับ O.S. Film (หนา 0.5 ไมครอน) ซึ่งอย่างหลังนี่บางสุดสำหรับฟิล์มที่มีจำหน่ายอยู่แต่หาซื้อยากครับ
อีกชนิดที่บางที่สุดเท่าที่เคยมีขายคือ Y2K2 (หนา 0.3 ไมครอน) ถ้าอยากได้ก็ต้องไปหาซื้อใน Ebay ซึ่งนานๆทีก็จะมีคนที่ซื้อเก็บไว้เอามาประกาศขาย
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

ไม่ทราบว่าพอจะบอกได้ไหมครับว่าตัวน้ำยาที่เคยใช้ชื่อว่าอะไรครับ คือผมอยากจะหาซื้อมาลองทำดูเป็นประสบการณ์น่ะครับ

แล้วทางร้านจะมีไมลาร์ฟิล์ม (หนา 1.4 ไมครอน) แบบใสมาขายอีกเมื่อไหร่ครับ
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

ที่เคยอ่านเจอก็คือเอาฟิล์มถ่ายรูปมาละลายด้วยอะซีโทนหรือทินเนอร์ อาจใส่น้ำมันละหุ่งลงไปด้วยสองสามหยดเพื่อให้อ่อนตัว ส่วนผสมนี้ต้องเจือจางหน่อย พอเทลงไปบนพื้นน้ำมันจะได้แผ่ออกไป ทิ้งไว้หลายๆชั่วโมง จากนั้นจึงค่อยช้อนขึ้นมาเอาไปผึ่งลมให้แห้งก่อนเอาไปใช้
อีกสูตรนึงก็เอาแลคเกอร์มาผสมทินเนอร์ให้มันไม่ข้นมากแล้วเอามาเทบนน้ำเหมือนๆกัน บางคนก็เอา nitrate dope ซึ่งสมัยก่อนเขาใช้ทาบนกระดาษที่เอามาบุเครื่องบินเพื่อกันความชื้นหรือน้ำมันจากเครื่องยนต์มาโดน

ถ้าอยากจะลองทำดูก็ได้แต่อย่างที่บอกไปว่ามันค่อนข้างจะยุ่งยาก

ไมลาร์ฟิล์ม 1.4 ไมครอนก็น่าจะมาราวปลายเดือนนี้ครับ
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

ขอบคุณมากครับผม =)
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด