กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่

การสร้างเครื่องบินประเภท F1d

ผมได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับเครื่องบินในร่มประเภท F1d มาหลายครั้งแล้ว แต่ส่วนมากก็จะเป็นเรื่องของกติกาและการสร้างอีกบ้างเล็กน้อย บทความคราวนี้จะลองเจาะลึกสำหรับผู้ที่สนใจจริงๆจะได้มีข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนมากขึ้น

แรกเลยมาทบทวนกติกาสักเล็กน้อย เครื่องประเภท F1d นี้มีข้อกำหนดว่ากางปีกไม่เกิน 55 ซม. น้ำหนักขั้นต่ำไม่รวมยาง 1.4 กรัม (เดิม 1.2 กรัม) น้ำหนักยางไม่เกิน 0.4 กรัม (เดิม 0.6 กรัม) น้ำหนัก 1.4 กรัมนี้หนักน้อยกว่าน้ำหนักของเหรียญ 25 สตางค์ด้วยซ้ำไปเพราะเหรียญที่ว่านี้หนัก 1.88 กรัม

สงสัยมั้ยครับว่าเขาสร้างเครื่องบินที่มีน้ำหนักเบาขนาดนี้ได้จริงหรือโดยที่เครื่องบินซึ่งมีกางปีก 21 นิ้วแต่เบาหวิวแบบนี้ เพื่อตอบความสงสัยลองมาเฉลี่ยดูว่าจากน้ำหนัก 1.4 กรัมนี้จะเป็นน้ำหนักของส่วนประกอบใดบ้าง ซึ่งมีผู้คิดตัวเลขไว้ว่าสามารถแบ่งออกได้ดังนี้

ปีก (wing) 0.38 กรัม
ลำตัว (motor stick) 0.34 กรัม
ท่อนหาง(tail boom) 0.20 กรัม
แพนหาง(stabilizer) 0.20 กรัม
ใบพัด (propeller) 0.28 กรัม
รวมแล้วเป็น 1.4 กรัม

จากความเบานี้ ผู้สร้างจะต้องคำนึงถึงวัสดุทุกชนิดที่นำมาใช้ว่าน้ำหนักต้องเบาเช่นโครงสร้างปีกและแพนหางเป็นไม้บัลซ่าชนิดเบาเป็นพิเศษ ขนาดไม้ที่ทำก็เป็นขนาดประมาณ 1/32 x 1/20”หรือเล็กกว่า ไม้ที่เอามาทำโครงสร้างไม่ได้ดูที่ความเบาอย่างเดียว เขาจะต้องทดลองไม้แต่ละชิ้นว่าชิ้นไหนที่รับแรงได้มากกว่ากันด้วย เพราะไม้แต่ละชิ้นที่ตัดมาจะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน

ในส่วนของลำตัวนั้นจะเป็นลำตัวแบบม้วน เส้นผ่าศูนย์กลาง ¼” ยาวประมาณ 12” หรือสั้นกว่า ไม้ที่ใช้หนา 0.013”หรือราวๆ 1/64” ลำตัวนี้จะมีการเสริมความแข็งแรงด้วยเส้นไยโบรอน โดยทากาวติดข้างลำตัว 2-3 ที่ หากไม่มีการเสริมแบบนี้ ลำตัวก็จะโค้งงอหรือหักได้เมื่อถูกแรงยางดึง

กาวที่ใช้ก็จะเป็นประเภทเซลลูโลส เช่นกาว UHU Hart เป็นต้น ที่ใช้กาวชนิดนี้ก็เพราะมีน้ำหนักที่เบากว่ากาวประเภทอื่นนั่นเอง กาวเซลลูโลสนี้ไม่ได้ใช้โดยตรงจากหลอด เขาต้องเอามาละลายด้วย Acetone แล้วใส่ในที่หยอดกาวที่มีปลายเล็กๆเหมือนเข็มฉีดยาจะได้กำหนดจุดที่จะทากาวได้แม่นยำและควบคุมปริมาณกาวที่ใช้ได้ด้วย

ลวดที่เอามาทำชุดรองลื่นก็จะเป็นขนาดประมาณ 0.012-0.014”เพราะมีความแข็งแรงพอและน้ำหนักเบา ลวดนี้จะทำเป็นรองลื่นชนิด Pig tail bearing เพื่อสะดวกในการใส่และถอดใบพัดได้ง่าย แหวนรอง (washer) นั้นจะใช้สไลซ์ (slice = เฉือนบางๆ) มาจากท่อเทฟลอน ใช้ขนาดเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อลดแรงเสียดทาน เพราะแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นจะเป็นอัตราแปรผันกับพื้นที่

สำหรับวัสดุที่ใช้บุนั้น แต่เดิมจะใช้ไมโครฟิล์มซึ่งไม่มีขาย ต้องทำเองอันเป็นเรื่องยุ่งยากมากแต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาใช้ไมลาร์ฟิล์มกันหมดแล้ว อันเนื่องมาจากความสะดวกทั้งในเรื่องการหาซื้อมาและพร้อมงานได้เลย ไม่ต้องรอให้เซ็ตตัวเหมือนกับไมโครฟิล์ม

ในประเทศไทยนั้น ไมลาร์ฟิล์มหาซื้อได้ยากเลยมีคนที่คิดจะเอาแผ่นปูกันเปื้อนที่เรียกๆกันว่า ไมลาร์ 20 บาทเพราะมีขายในร้าน 20 บาทมาใช้แทน ผมได้ทดลองดูแล้วโดยคำนวณพื้นที่ปีกซึ่งมีประมาณ 200 ตารางนิ้วสำหรับเครื่องบินประเภทนี้ เมื่อใช้ไมลาร์ 20 บาท น้ำหนักฟิล์มพลาสติกที่ใช้จะหนัก 0.96 กรัม แต่หากบุด้วยไมลาร์ฟิล์ม 1.4 ไมครอน น้ำหนักของไมลาร์นี้จะหนัก 0.31 กรัม

เปรียบเทียบกันชัดๆแล้วจะเห็นว่าไมลาร์ 20 บาทนั้นจะหนักเกือบๆ 1 กรัม ดังนั้นหากเราสร้างเครื่องบินสองลำที่มีขนาดและน้ำหนักโครงสร้างเท่ากัน พอเอาไมลาร์ 20 บาทมาบุ น้ำหนักก็จะมากกว่าอีกลำหนึ่งที่บุด้วยไมลาร์แท้ๆอยู่ 0.55 กรัม

ทีนี้ลองมาดูเรื่องยางบ้าง เนื่องจากถูกจำกัดให้ใช้แค่ 0.4 กรัม ผู้เข้าแข่งขันจึงต้องเลือกยางจากการผลิตอันได้ทดสอบแล้วว่าให้กำลังได้มากกว่ายางที่ผลิตในเดือนหรือปีอื่นๆ จากข้อมูลที่หาได้นั้นผู้แข่งขันแถวหน้าเขาจะใช้ยางที่ผลิตในเดือน พ.ค.1999 หรือมีค. 2002 ความยาวของยางที่ใช้จะยาวประมาณ 8-9 นิ้ว และจะหมุนรอบได้ประมาณ 1,500 รอบ ยางที่หมุนรอบเต็มที่แล้วจะแข็งมากและการที่ยางจะขาดก่อนปล่อยเครื่องก็เกิดขึ้นบ่อยมากทั้งนี้เพราะรอบยางแต่ละรอบมีผล เขาจึงพยายามหมุนรอบให้มากที่สุด ใบพัดของ F1d นี้จะหมุนแค่ 50 รอบต่อนาที คำนวนแบบคร่าวๆแล้วยาง 1,500 ก็จะหมุนได้นานถึง 30 นาที

สถิติที่ทำไว้นั้นจะเกินหนึ่งชั่วโมงเพราะเขาใช้เวลาที่ทำได้ดีที่สุดสองครั้งมารวมกัน
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

F1d ที่มีผู้สร้างและแข่งขันกันส่วนใหญ่ก็จะมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาและหลายๆประเทศในยุโรป ในเอเซียนี้ก็เห็นจะมีประเทศญี่ปุ่นที่มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ F1d และเครื่องบินหรือเครื่องร่อนชนิด indoor มากกว่าเพื่อน เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าขณะนี้มีหลายๆคนในประเทศไทยให้ความสนใจและพัฒนาฝีมือในเรื่องนี้ ประเด็นปัญหาใหญ่สุดคือการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการสร้างซึ่งแทบหาไม่ได้เลยในบ้านเรา

สำหรับรูปแบบของเครื่องบิน F1d นั้นค่อนข้างจะแยกได้ชัดเจนระหว่างเครื่องบินจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป คือของสหรัฐฯจะเป็นรูปแบบปกติมี ลำตัว ปีก แพนหางระดับและแพนหางดิง แต่ทางค่ายยุโรป จะไม่มีแพนหางดิ่งโดยจะใช้การยกปลายทั้งปีกและแพนหางระดับขึ้นแทนการใช้แพนหางดิ่ง

f1dmodel us.jpg
2017-7-22 10:39
f1d europe.jpg
2017-7-22 10:39


ผมเองก็ไม่มีความรู้มากพอที่จะบอกได้ว่ารูปแบบไหนจะดีกว่ากัน คงจะต้องให้ผู้ที่สนใจทดลองทำและแจ้งผลมาครับ
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด